Home Sites Map Thai Version English Version
 

 องค์ประกอบและคุณสมบัติของกรรมการบริษัท
ก)  คณะกรรมการบริษัทมีจำนวน ไม่น้อยกว่า 5 ท่าน และ กรรมการไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดนั้น ต้องมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร และจะต้องมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด
ข)  หากมีตำแหน่งกรรมการบริษัทว่าง เพราะเหตุอื่นนอกจากถึงคราวออกตามวาระ ให้คณะกรรมการบริษัท เลือกแต่งตั้งผู้อื่นเข้าเป็นกรรมการบริษัทแทนตำแหน่งที่ว่างได้ บุคคลที่ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการบริษัทใหม่นั้น ให้มีเวลาอยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าที่กำหนดระยะเวลาซึ่งกรรมการบริษัทที่ตนเข้าสืบตำแหน่งนั้นชอบที่จะอยู่ได้

  บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของกรรมการบริษัท
ก)  คณะกรรมการบริษัท มีหน้าที่ปฏิบัติตามวัตถุประสงค์ ข้อบังคับของบริษัท และมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัท ตลอดจการดำเนินการตามกฎหมาย ข้อบังคับ และ ระเบียบ ที่เกี่ยวข้อง เช่นพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 และ กฎหมายว่าด้วย พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 โดยใช้ความรู้ความสามารถและประสบการณ์ให้เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท
ข)  ทบทวน ให้ความเห็นชอบ นโยบาย ทิศทางการดำเนินงาน แผนงานของบริษัทที่เสนอโดยฝ่ายจัดการ
ค)  กำกับดูแลให้ฝ่ายจัดการดำเนินงานตามนโยบายที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพ และให้ฝ่ายจัดการนำเสนอเรื่องที่มีสาระสำคัญต่อการดำเนินงานของบริษัท รายการระหว่างบุคคลที่เกี่ยวโยงกันอื่น ๆ ให้พิจารณาโดยเป็นไปตามกฎระเบียบ ข้อบังคับของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หากจำเป็นคณะกรรมการบริษัทจะได้กำหนดให้มีการว่าจ้างที่ปรึกษาภายนอกเพื่อให้คำปรึกษาหารือให้ความเห็นทางวิชาชีพประกอบการตัดสินใจในเรื่องที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจอย่างมีสาระสำคัญของบริษัท
ง)  กำกับให้บริษัท มีระบบการควบคุมภายใน และการตรวจสอบภายในที่มีประสิทธิผลโดยจัดให้มีแผนกตรวจสอบภายใน เป็นผู้ติดตาม ดำเนินการ และ ประสานงานกับ คณะกรรมการตรวจสอบ
จ)  กรรมการอิสระของบริษัท จะใช้ดุลพินิจของตนอย่างเป็นอิสระในการพิจารณากำหนดกลยุทธ์ การบริหารงาน การแต่งตั้งกรรมการ และเรื่องที่มีผลกระทบต่อผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียของบริษัท รวมถึงการเข้าถึงสารสนเทศทางการเงิน และทางธุรกิจอื่นอย่างเพียงพอต่อการปฏิบัติหน้าที่และนโยบายการดำเนินงาน

  ความเป็นอิสระของกรรมการ
กรรมการอิสระของบริษัท เป็นผู้ที่มีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กลต.ก.(ว) 32/2551 เรื่องการปรับปรุงข้อกำหนดเกี่ยวกับกรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบ ดังนี้
ก)  ถือหุ้นไม่เกินร้อยละ 1 ของหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง โดยให้นับรวมหุ้นที่ถือโดยผู้ที่เกี่ยวข้องด้วย
ข) ไม่เป็นกรรมการที่มีส่วนร่วมบริหารงาน/พนักงาน/ลูกจ้าง/ที่ปรึกษาที่ได้รับเงินเดือนประจำ/ผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม บริษัทย่อยลำดับเดียวกัน หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง (ปัจจุบันและช่วง 2 ปีก่อนที่ได้รับการแต่งตั้ง)
ค)  ไม่มีความสัมพันธ์ทางสายโลหิตหรือโดยการจัดทะเบียนในลักษณะที่เป็นบิดามารดา คู่สมรส พี่น้อง และบุตร รวมทั้งคู่สมรสของบุตร กับผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้มีอำนาจควบคุม หรือบุคคลที่จะได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้บริหารหรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทหรือบริษัทย่อย
ง) ไม่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจและในลักษณะของการให้บริการทางวิชาชีพ ตามข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เกี่ยวกับกรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบ
จ) ไม่เป็นกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนของกรรมการของบริษัท ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นผู้เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท
ฉ) ไม่มีลักษณะอื่นใดที่ทำให้ไม่สามารถให้ความเป็นอย่างเป็นอิสระได้
ช) กรรมการอิสระที่มีคุณสมบัติตามข้อ 1-6 อาจได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัทให้ตัดสินใจในการดำเนินกิจการของบริษัท บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม บริษัทย่อยลำดับเดียวกัน หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง โดยมีการตัดสินใจในรูปแบบขององค์คณะ (Collective Decision) ได้

 การประชุมคณะกรรมการบริษัท
ก) บริษัทกำหนดให้มีการประชุมคณะกรรมการบริษัทอย่างสม่ำเสมอ โดยกำหนดให้มีการประชุมคณะกรรมการบริษัทอย่างน้อย 3 เดือนต่อครั้ง เพื่อพิจารณางบการเงิน การวางนโยบายและติดตามผลการดำเนินงาน และคณะกรรมการต้องพร้อมเข้าร่วมประชุมเสมอ หากมีการประชุมวาระพิเศษ
ข) ในการประชุมคณะกรรมการบริษัททุกครั้งต้องประกอบด้วย กรรมการบริษัทมากกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการบริษัททั้งหมดที่อยู่ในตำแหน่งขณะนั้น
ค) ก่อนการประชุมคณะกรรมการบริษัท ต้องมีการพิจารณากำหนดวาระการประชุมล่วงหน้า ระหว่างประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ และให้อิสระแก่กรรมการในการเสนอเรื่องเข้าสู่วาระการประชุม อีกทั้งต้องแจ้งคณะกรรมการบริษัทล่วงหน้าเพื่อให้กรรมการบริษัทสามารถจัดเวลาและเข้าร่วมประชุมได้ พร้อมดูแลให้คณะกรรมการบริษัทได้รับเอกสารประกอบการประชุมล่วงหน้า อย่างเหมาะสมและเพียงพอต่อการพิจารณาเพื่อให้ความเห็นและตัดสินใจ
ง) คณะกรรมการบริษัทสามารถเข้าถึงข้อมูล สารสนเทศต่างๆ เพิ่มเติมได้อย่างเหมาะสมผ่านทางเลขานุการบริษัทและกรรมการผู้จัดการ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณา จ) ระหว่างการประชุมคณะกรรมการบริษัท ประธานกรรมการบริษัท ต้องจัดสรรเวลาในการประชุมอย่างเหมาะสม เพื่อการใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาวาระการประชุมต่างๆ อย่างรอบคอบ
ฉ) กรรมการผู้จัดการสามารถเชิญผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมประชุมเพื่อชี้แจงรายละเอียดในวาระการประชุมที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้คณะกรรมการบริษัทได้มีโอกาสซักถามถึงปัญหาหรือข้อมูล สารสนเทศต่างๆ

  วาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการบริษัท
ก) ในการประชุมสามัญประจำปีทุกครั้ง ให้กรรมการบริษัทออกจากตำแหน่งหนึ่งในสาม (1/3) ถ้าจำนวนกรรมการที่จะแบ่งออกให้ตรงเป็นสามส่วนไม่ได้ ให้ออกโดยจำนวนใกล้ที่สุดกับส่วนหนึ่งในสาม (1/3)
ข) กรรมการบริษัทที่จะต้องออกจากตำแหน่งในปีแรกและปีสอง ภายหลังจดทะเบียนบริษัทนั้นให้ใช้วิธีจับสลากกันว่า ผู้ใดจะออก ส่วนปีหลังๆต่อไปให้กรรมการคนที่อยู่ในตำแหน่งนานที่สุดนั้นเป็นผู้ออกจากตำแหน่งกรรมการบริษัท และกรรมการบริษัทผู้ที่ออกไปนั้นจะสามารถเลือกกลับเข้ามารับตำแหน่งอีกได้
ค) กรรมการบริษัทอาจได้รับการพิจารณาเสนอชื่อต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาเลือกตั้งเป็นกรรมการบริษัทต่อเนื่องได้

 การปฐมนิเทศกรรมการบริษัทใหม่
คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดให้มีการปฐมนิเทศกรรมการบริษัทใหม่ทุกคน เพื่อให้กรรมการบริษัทใหม่ที่ได้รับการแต่งตั้ง มีโอกาสในการสร้างความรู้ความเข้าใจในธุรกิจของบริษัท สภาวะอุตสาหกรรม แนวทางการดำเนินธุรกิจ นโยบายต่างๆของบริษัท รวมถึงบทบาท หน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัทอย่างละเอียด โดยการจัดการปฐมนิเทศกรรมการใหม่นี้จะมีทั้งส่วนที่เป็นเอกสารชี้แจง การอบรมสัมมนา และการนำชมสถานที่การดำเนินงานของโครงการต่างๆของบริษัท เพื่อให้กรรมการบริษัทได้มีโอกาสสัมผัสสภาพการดำเนินงานจริงของบริษัท

  การพัฒนาและส่งเสริมความรู้ให้กับกรรมการบริษัท
คณะกรรมการบริษัทสนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาความรู้ให้กับกรรมการทุกคนอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็น การพัฒนาในส่วนของหน้าที่และความรับผิดชอบกรรมการ หรือแนวทางการบริหารจัดการแนวใหม่ เพื่อให้กรรมการบริษัททุกคนมีการพัฒนาและปรับปรุงการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการนำความรู้ต่างๆมาปรับใช้อย่างเหมาะสมเพื่อการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด